มนุษย์เป็นโรคร้ายแรงต่อโลก

ความงามตามธรรมชาติ – เพลิดเพลินกับมันขณะที่ยังคงมีอยู่

มีถนนหลายสายที่สวยงามหรือน่าจะพูดว่ามีถนนหลายเส้นที่ตัดผ่านทัศนียภาพที่งดงามตลอดเส้นทาง และถนนจากคูซโกไปออยแลนเทแทมโบก็คือหนึ่งในนั้น ในรุ่งเช้า ดวงอาทิตย์เริ่มฉายแสงระเรี่อทอดครอบคลุมวิวทิวทัศน์เบื้องล่าง เทือกเขาไกลสุดตากลายเป็นฉากหลังของวิวที่บรรเจิดตา ฟาร์มและทุ่งหญ้า ทิวเขาที่เรียงตัวกันเป็นพรืดยาว เมืองเล็กๆที่กระจายตัว แม่น้ำกับสายน้ำเย็นตัดผ่านหุบเขาไปยังเมืองต่างๆที่ห่างออกไป ไหลระเรื่อยลงไปจนสุดทางสู่มหาสมุทร

 

เราไม่ใช่ส่วนหนึ่งของบ่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติ ไม่ได้เป็นสิ่งที่โลกร้องขอจากธรรมชาติ แต่กลับเป็นสายพันธุ์ที่บุกรุกราน เชื้อไวรัสติดต่อที่ระบบภูมิคุ้มกันของโลกกำลังต่อสู้เต็มกำลังเพื่อป้องกันตัวเอง

 

แพร่พันธุ์กระจัดกระจายอาศัยอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วบนผืนโลก มนุษย์ซึ่งไม่ต่างจากจุลินทรีย์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่กลับกลายเป็นมะเร็งที่ทำลายล้างโลกใบนี้อย่างโหดเหี้ยมที่สุด เราไม่ใช่ส่วนหนึ่งของบ่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติ ไม่ได้เป็นสิ่งที่โลกร้องขอจากธรรมชาติ แต่กลับเป็นสายพันธุ์ที่บุกรุกราน เชื้อไวรัสติดต่อที่ระบบภูมิคุ้มกันของโลกกำลังต่อสู้เต็มกำลังเพื่อป้องกันตัวเอง ต่างจากเชื้อไวรัสตัวอื่น เรามีความรู้ ความสามารถที่จะปรับตัว และสงวนรักษาเจ้าบ้านของเรา แต่เรากลับฆ่าล้างอย่างไม่แยแส เราสนใจแต่เรื่องของตัวเอง ตัวของฉัน ความเป็นฉัน หรือไม่ก็แค่ไม่ยี่หระต่อความหายนะที่ตนเองก่อ ปล่อยให้หายนะไปเอง ปฏิเสธที่จะรับรู้ถึงปัญหาใด หรือจะด้วยความคิดที่ว่า “อย่างไรพวกเราก็ตายเสียก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริงอยู่ดี” ข่าวผ่านตาทุกวันเป็นสิ่งยืนยัน สุดที่จะทนรับในความยโสโอหังของเผ่าพันธุ์มนุษย์

พูดจาโผงผางชั่วขณะ

ทำไมต้องมากร่นบ่นอย่างนี้ บางทีเพราะผมรู้สึกเหมือนละอองธุลีในมวลอนูอากาศเมื่อเห็นสถานที่บางแห่งบนโลกใบนี้ อาทิ ถนนจากคูซโกไปออยแลนเทแทมโบ การยืนอยู่ข้างๆ ต้นซีโควย่าที่ยิ่งใหญ่ในอุทยานซีโควย่าในหุบเขาเซียราเนวาดาในแคลิฟอร์เนีย หุบเขาเดอะเกรทรีฟท์ในเคนย่า และทะเลสาบนากูรู หรืออูลูรูในออสเตรเลีย ผมสามารถพูดต่อไปได้เรื่อยๆ แต่คุณคงพอเข้าใจและเห็นภาพ สถานที่เหล่านี้ธรรมชาติสร้างมา ไม่มีแม้แต่ที่เดียวที่ก่อกำเนิดโดยมนุษย์ Read more...

อ่านต่อไป...

การย้ายระหว่างที่พัก

ข้อผิดพลาดด้านที่พัก

อุณหภูมิเริ่มเย็นและอากาศเบาบางลง ผมตื่นแต่เช้า อาบน้ำ แพ็คสัมภาระ พอถึงเวลาแปดโมงผมลงมาชั้นล่างเพื่อออนไลน์หาที่พักใหม ่เพราะผมจะไม่พักที่นี่ต่ออีกคืนเป็นแน่ ราวเก้าโมงเช้าที่เซิร์ชหา ผมก็เจอห้องพักที่หนึ่งดูพอใช้ได้และอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ทำการจอง จ่ายเงินผ่านแอปออนไลน์ ผมเดินทางไปยังที่พักตามแผนที่ ตัดสินใจเดินลงจากเขาเพราะมันเป็นทางลงหรืออย่างน้อยระดับก็ไม่ชันมาก ผมพบถนน และเริ่มมองหาเลขที่บ้าน ติดต่อผู้จัดการห้องพักสำเร็จ ได้รับเส้นทางที่พักมาใหม่ ในที่สุดผมก็หาเจอ และค้นพบว่าผมเดินผ่านมันไปหลายรอบมากระหว่างค้นหาที่พักก่อนหน้านี้ ติดต่อผู้จัดการผ่านวอทส์แอป (whatsapp) อีกครั้ง เพื่อขอเข้าทางประตูหน้า แต่ถูกบอกให้กลับมาอีกทีตอนบ่ายสองเพื่อเช็คอิน ผมถามว่าทำไมในเมื่อผมมาถึงที่พักแล้ว และอย่างน้อยผมก็อยากฝากกระเป๋าไว้ก่อนจะได้ไม่พะรุงพะรังเวลาเดินเที่ยว ได้รับการตอบกลับสองสามนาทีหลังจากนั้นว่ายังไงผมก็ต้องกลับมาอีกทีตอนบ่ายสองเพราะว่า ‘ผู้จัดการ’ กำลังอยู่ในชั้นเรียนที่มหาลัย

ด้านหน้าของที่พักปิดประตูเหล็ก ไม่มีป้ายใดๆ แค่บ้านเลขที่เล็กๆ เมื่อแขกที่พักอยู่ข้างในเดินออกมา ผมจึงผ่านเข้าไปได้เพราะผมไม่มีกุญแจ ทางเข้านำไปยังที่จอดรถ ที่ระเกะระกะไปด้วยอุปกรณ์ก่อสร้าง มีมอเตอร์ไซต์จอดอยู่ และสิ่งก่อสร้างอะไรสักอย่างที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นเคาเตอร์รีเซฟชั่นและบันไดสู่ชั้นบน เดินขึ้นบันได เห็นได้ว่าตึกถูกดัดแปลงเป็นอพาร์ทเม้นท์ หรือห้องพักซึ่งยังคงก่อสร้างอยู่ ผมหันหลังกลับหลังจากเดินขึ้นไปถึงชั้นสาม โชคดีที่ผมสังเกตว่าประตูผลักเปิดออกได้จากด้านในโดยไม่ต้องใช้กุญแจ ผมเดินออกไปและตั้งใจว่าต้องหาที่พักอื่นสำรองอาไว้ด้วย ในที่สุดผมก็เจออีกที่หนึ่งไกลออกไปสามกิโลอีกฝากของเมือง ค่อยๆเดินกลับ ผ่านตรอกและถนนในคูซโก ผมเข้าพักแล้วจัดการกับปัญหาที่พักก่อนหน้าที่เวปจองห้องพักชาร์จเงินผมไปแล้ว ปาเข้าไปเกือบเที่ยงกว่าผมจะได้เดินกลับเข้ามาในเมืองและหาร้านอาหารในตลาดสำหรับมื้อกลางวัน

ช็อคโกแลต

หลังจากใช้เวลากว่าหนึ่งวันเดินเที่ยวชมเมืองคูซโกทุกตรอกซอกซอย ผมตั้งตาคอยวันถัดไป ที่ผมวางตารางไว้ว่าจะเดินทางลงใต้ คูซโกเริ่มแพง อากาศยังดีอยู่ Read more...

อ่านต่อไป...

ขบวนพาเหรด ข้อผิดพลาดและพลาซ่า

ขบวนพาเหรดและอาหาร

และแล้วเช้าวันอาทิตย์ก็มาถึง ด้วยอุณหภูมิที่เย็นลงแต่บรรยากาศสดใส มีอะไรหลายอย่างมากที่ผมต้องทำในระหว่างวัน รวมถึงสรุปแผนการเดินทางไปมักชูปิกชู นัดพบเจ้าของบ้านที่ผมจะไปพักอีกสองคืน สำรวจตลาด ซักรีดเสื้อ จองที่พักในคูซโกและอากัวคาเลียนติ และอื่นๆ ผมกลับไปจตุรัสกลางเมือง ส่งผ้าที่ร้านซักรีดระหว่างทาง เมื่อถึงจตุรัส ผมได้ยินเสียงดนตรีและกลอง สังเกตเห็นคนกลุ่มใหญ่ยืนออกันอยู่ข้างทาง ถนนและจตุรัสถูกปิดกั้นด้วยการจราจรที่คลาคลั่งไปด้วยผู้คน มองเห็นจากในระยะไกล จุดที่เป็นตลาด ขบวนพาเรดกำลังเริ่มเคลื่อนตัวไปยังจตุรัส ผมเดินตามไปดู และเห็นหัวขบวนกำลังเริ่มแสดง ตามหลังมาติดๆคือกลุ่มคนในชุดประจำชาติของอินคาสีสันสดใส ผมไม่สามารถบอกได้ว่าเนื่องในเทศกาลอะไร ถึงแม้ว่าผมจะสังเกตเห็นใครบางคนในขบวนนั้นเดินถือกระโหลกชูไปมา หัวหน้าเผ่านำกลุ่มเด็กหนุ่มสาวติดตามไปตามเส้นทางมุ่งสู่จตุรัส ผ่านตาผมไป ด้วยริ้วป้ายและกระโปรงปลายพริ้ว ผมเดินตามไปสักพักก่อนที่จะเจออีกประตู ที่จะพาผมไปสู่ตลาด

ท้องเริ่มร้อง และเมื่อเดินต่อไปในตลาดผมเห็นโต๊ะตั้งเรียงต่อกันและในครัวก็เริ่มเสิร์ฟอาหาร บรรยากาศคล้ายที่ผมเห็นในตลาดในประเทศไทย และเมื่อผมเดินดูรอบๆ พยายามจะสื่อสารด้วยภาษาท้องถิ่น โชคร้ายที่ทักษะภาษาผมไม่ดีพอที่จะสั่งเมนูอะไรที่มีเอกลักษณ์ และต้องลงเอยชี้ไปยังจานที่ดูน่าสนใจ เพราะรู้ว่าต้องเสิร์ฟเป็นเซ็ตพร้อมซุปและน้ำดื่ม แทรกตัวลงนั่งที่โต๊ะหัวมุม ท่ามกลางกลุ่มคนที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อสายในวันอาทิตย์ สักพักหลังจากนั้น ผมได้สมทบกับคู่รักชาวเปรูที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาและได้กลับมาเยี่ยมครอบครัวที่คูซโก บทสนทนาแวดล้อมไปด้วยเรื่องอาหารและการเดินชมตลาดในประเทศต่างๆทั่วทุกมุมโลก

เมื่อผมเดินเข้าไปในตลาด ผมสังเกตเห็นพวกแผงขายผลไม้เล็กๆ ที่มีม้านั่งและเครื่องปั่นน้ำผลไม้ อิ่มกับอาหารก่อนหน้าที่จ่ายเพียงสามเหรียญ ถึงเวลาที่จะต้องหาน้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพดื่มเสียหน่อย มะม่วงคือผลไม้โปรดของผม Read more...

อ่านต่อไป...

การเขียนบล็อกเกี่ยวกับการเดินทางและชีวิต

บล็อก: 6 เดือนกับข้อมูลและความบันเทิง

วันเวลาผ่านไปเร็วเหมือนติดปีก ตั้งแต่บล็อกแรกที่อัพโหลดเมื่อหกเดือนก่อนจนถึงปัจจุบัน ความตั้งใจทำโปรเจคท์นี้เป็นสิ่งที่ดี ทำให้ผมมีความมุ่งมั่นผลิตงานเขียนต่อไปทุกอาทิตย์ สองบันทึกความทรงจำต่างเส้นทาง การท่องเที่ยวทั่วทวีปอเมริกาใต้และประสบการณ์การทำงานในประเทศไทย

มองย้อนกลับไปช่วงแรกที่เริ่มเขียนบล็อก ผมสงสัยตัวเองว่าเอาพลังมาจากไหนกัน บล็อกเกอร์คนอื่นๆก็คงเหมือนผม เขียนสองตอนต่ออาทิตย์ไม่น่าจะยุ่งยากอะไรนัก คงไม่ต่างจากนักศึกษาที่เขียนเรียงความสองพันคำส่งอาจารย์ แต่เอาเข้าจริงมันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ยิ่งคุณมีงานประจำที่หนักหน่วง ไหนจะการใช้ชีวิตและงานสังคม (ยังดีมีเพื่อนคบ) และมักจะมายุ่งตอนที่ผมมีอารมณ์อยากจะเขียน แล้วการเขียนบล็อกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะต้องเรียบเรียงเหตุการณ์ ชื่อ และสถานที่ต่างๆ สารพัดข้อมูลที่ต้องจดจำ และบางครั้งยังต้องตรวจสอบค้นหาข้อมูลเพิ่ม ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างมาก ผมเหลือบดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และเห็นสายที่ไม่ได้รับ รวมทั้งข้อความที่อัดทะลักอยู่ในอินบ็อกซ์ที่ยังไม่มีเวลาเช็คแต่การเขียนก็เสมือเป็นรางวัล การเดินทางสู่ห้วงเวลาในอดีตและดึงมันให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ความทรงจำอันสวยงามที่ได้มีโอกาสระลึกถึง แม้จะบันทึกลงRead more...

อ่านต่อไป...

สูงในเทือกเขาแอนดิส ในเปรู

เมืองหลวง Inca

หลังจากดื่มด่ำกับอรรถรสการฟังเพลงบรรเลงของ Bach ในลิมา ผมเดินทางต่อไปยังคูซโกในเช้าวันรุ่งขึ้น ทัวร์ที่ผมจัดขึ้นคือการเริ่มต้นจากที่นี่จากตารางที่จัดไว้ล่วงหน้า ผมจะใช้เวลาหนึ่งหรือสองวันที่คูซโก แล้วจึงไปร่วมกับกลุ่มที่จะไปมาชูปิกชู และจากที่นั่นต่อไปยังพื้นที่อื่นๆของเปรูตอนใต้ ผมจองโรงแรมเล็กๆในคูซโก หรูหรากับการมีห้องส่วนตัวสำหรับผมเพียงคนเดียวสักคืน ย้ายจากระดับน้ำทะเลมาที่ความสูง 3,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในเวลาน้อยกว่าสองชั่วโมงและตระหนักถึงความมึนศีรษะและไม่สบายตัวทันทีที่เท้าแตะสนามบิน ผมเดินไปยังตึกผู้โดยสารขาออก หยิบกระเป๋า โบกแท็กซี่ไปยังที่พักมันเป็นช่วงเที่ยงตอนผมไปถึง และสภาพอากาศดีมาก เช็คอินและจัดแจงตัวเองเสร็จ ผมก็เริ่มออกมาตะลุยเมือง พูดง่ายแต่ทำยากเพราะผมเคลื่อนตัวได้อย่างเชื่องช้ากว่าที่ลิมามาก และหายใจแทบไม่ทัน หลังจากเดินขึ้นบันไดไปได้แค่ไม่กี่ขั้น แล้วมันก็มีบันไดเป็นพันๆขั้นรอบเมือง

คูซโกเป็นเมืองเก่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอินคา ไม่แปลกใจที่มันเป็นจุดเริ่มต้นการทัวร์ “ประสบการณ์แอนเดียน” ที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นพันๆคนในแต่ละวัน ท่องไปในพื้นที่ต่างๆไม่ใช่เฉพาะแค่ในคูซโก แต่ต่อไปนอกเมือง ถนนราดหินปูทาบตลอดเส้นทางเดินขึ้นไปถึงเนินเขา แล้วก็ทำให้พวกนักท่องเที่ยวหน้าใหม่หอบแฮ่กในไม่ถึงอึดใจ จตุรัสกลางเมือง Plaza de Armas หรือที่รู้จักกันในนาม จตุรัสนักรบผู้กล้าแห่งอินคา รายล้อมไปด้วยร้านค้าและสิ่งปลูกสร้างทางศาสนา รวมถึงวิหารคูซโก มีตึกสไตล์สเปนมากมายทอดตัวต่อจากพลาซา หลายอาคารแนวสเปนนี้สร้างครอบทับตึกเก่าในยุคอินคา รวมถึงโบสถ์แห่งนี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นวังของกษัตริย์

ใช้เวลาในการเพลิดเพลิน

เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางในช่วงบ่าย ผ่านพลาซาและโบสถ์มากมาย รวมถึงตึกรามเก่าๆ ตามตรอกมีร้านรวงเปิดเรียงไปตลอดเส้นทางและขายสินค้าหน้าตาเหมือนในลิมา บางตรอกเต็มไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวที่กำลังเดินหาที่พักหรือร้านอาหาร เมื่ออาทิตย์ค่อยๆละฟ้า อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลง Read more...

อ่านต่อไป...